Valley Of Tears

Valley Of Tears ซีรีส์สงครามอาหรับ ชาวยิวนั้นเปรียบเสมือนกับชนชาติที่มักจะเป็นเหยื่อเสมอเวลาที่เกิดสงคราม อย่างเช่นความคิดของทหารนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องการจะกำจัดชาวยิวออกไปให้พ้นโลกด้วยการสังหารหมู่ ใช้แรงงานอย่างหนัก และนำไปทดลองร่างกายอย่างโหดร้ายและทารุณ 

แต่ชาวยิวนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่เหยื่อในสงครามโลกครั้งที่ 2 เท่านั้นเพราะต่อมาในสงครามระหว่างอาหรับ – อิสราเอลนั้นพวกเขาเองก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เรานั้นน่าจะได้เห็นสิ่งที่ชาวยิวถูกกระทำในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กันมาไม่มากก็น้อย 

แต่สิ่งที่พวกเขาต้องพบเจอในช่วงสงครามอาหรับ-อิสราเอลนั้นไม่ได้ถูกพูดถึงเท่าที่ควร ทาง HBO จึงได้มีการสร้างซีรีส์ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของสงครามในครั้งนั้นผ่านมุมมองของชาวยิวจนได้ออกมาเป็นซีรีส์เรื่อง Valley Of Tears ชาวยิวนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่ชนชาติเท่านั้นแต่ยังเป็นชนกลุ่มที่นับถือศาสนาเดียวกันอีกด้วยนั่นก็คือศาสนายิว 

ด้วยความที่พวกเขามีความฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างมากและเก่งในเรื่องการค้าขายและการต่อรอง ทำให้พวกเขานั้นมักจะมีฐานะที่ค่อนข้างดีและบางครั้งอาจไปขัดผลประโยชน์ของใครหลายๆ คนเข้า เมื่อเกิดสงครามพวกเขาจึงกลายเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับความสนใจอยู่เสมอ

ที่สำคัญคือสงครามในครั้งนี้ได้เริ่มต้นขึ้นในวันที่มีความสำคัญทางศาสนาของชาวยิวเป็นอย่างมากนั่นก็คือวันที่เรียกว่า Yom Kippur ซึ่งจะมีการอดอาหารตามความเชื่อทางศาสนา การเกิดสงครามในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นจึงทำให้ชาวยิวค่อนข้างที่จะอ่อนแอและไม่ได้พร้อมสำหรับการรบ 

Valley Of Tears

เรื่องราวภายในเรื่อง Valley Of Tears ซีรีส์สงครามอาหรับ

ซีรีส์เรื่อง Valley Of Tears จะเล่าย้อนกลับไปในเหตุการณ์สงครามวัน Yom Kippur ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1973  โดยจ่าเล่าในมุมมองของทหารอิสราเอลซึ่งเป็นฝ่ายยิว  ซึ่งในวันสำคัญทางศาสนายิวดังกล่าวนี้ผู้คนนั้นต่างพากันอดอาหารตามความเชื่อทางศาสนาทำให้ความพร้อมทางด้านร่างกายของพวกเขานั้นอาจจะไม่เพียงพอต่อการสู้รบ 

ซึ่งเป็นโอกาสอันดีของลซีเรียและอียิปต์ซึ่งได้มีการส่งหน่วยทหารแนวหน้าเข้าไปปะทะกับกองกำลังของอิสราเอลโดยที่ไม่ทันให้ตั้งตัว การบุกเข้ามาในช่วงที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดสงครามขึ้นนั้นก่อให้เกิดความยากลำบากและอุปสรรคเป็นอย่างมากของทหารฝั่งอิสราเอล 

ไม่เพียงเท่านั้นช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามทางอิสราเอลเองก็มีเหตุการณ์ความขัดแย้งภายในเช่นเดียวกันด้วยเรื่องการกดขี่และความเหลื่อมล้ำระหว่างชนชั้น ทำให้การบุกของซีเรียและอียิปต์นั้นเปรียบเสมือนกับเหตุผลอันดีที่จะทำให้ทุกคนในชาตินั้นกลับหันมาร่วมมือกันอีกครั้ง 

เดิมทีนั้นอิสราเอลและเยรูซาเล็มซึ่งเป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์เคยเป็นพื้นที่ของซีเลียและอียิปต์มาก่อน การบุกในครั้งนี้จึงมีจุดประสงค์เพื่อยึดพื้นที่กับคืนมา จะบอกว่ามันเป็นสงครามตัวแทนก็ไม่ผิดนักเพราะในสงครามครั้งนี้มีตัวการใหญ่ที่คอยบงการอยู่เบื้องหลัง 

ทางอิสราเอลนั้นมีสหรัฐอเมริกาคอยให้การสนับสนุนอยู่ สวนทางซีเรียและอียิปต์นั้นทางโซเวียตได้ให้การสนับสนุน แน่นอนว่าความต้องการของมหาอำนาจทั้งสองประเทศนั้นย่อมเป็นทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากในฝั่งเอเชียตะวันออกอย่างแน่นอน 

ไม่เพียงเท่านั้นช่วงเวลาดังกล่าวยังเป็นช่วงเวลาของสงครามเย็นที่มีการสะสมอาวุธซึ่งเปรียบเสมือนกับอำนาจของทั้งสองฝั่งอีกด้วย หากเหตุการณ์บานปลายอาจทำให้เกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้นมา ทำให้ทาง UN นั้นต้องออกโรงมาพยายามทำให้สองฝ่ายนั่นสงบศึกกันให้ได้จนสำเร็จ 

Valley Of Tears

ความสมจริงของซีรีส์เรื่อง Valley Of Tears

ซีรีส์เรื่อง Valley Of Tears เป็นซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องที่สามารถเก็บรายละเอียดได้เป็นอย่างดีจนงานภาพที่นำเสนอออกมานั้นมีความสมจริงอย่างสมบูรณ์แบบ มันไม่ได้ทำให้ผู้รับชมรู้สึกถึงความเมามันส์ในการต่อสู้หรือสนุกไปกับการต่อสู้กันไปมา 

ในสถานการณ์วิกฤติเช่นสงครามนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้สามารถถ่ายทอดความกลัวออกมาได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นความจริงในสงครามที่เมื่อทุกคนต้องเผชิญแล้วย่อมมีความรู้สึกกลัวภายในใจ 

ด้วยความที่นำเสนอผ่านมุมมองของทหารอิสราเอลดังนั้นเราจึงจะได้เห็นรายละเอียดทุกขั้นตอนในการต่อสู้ของพวกเขาแบบที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเลือกจะหยิบยกนำเสนอมาก่อน 

ที่สำคัญคือมีทีมงานที่เป็นชาวอิสราเอลมาร่วมสร้างซีรีส์เรื่องนี้เช่นเดียวกัน ดังนั้นควรจะได้เห็นความสมจริงที่เกิดขึ้นในมุมมองของคนชาติเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่นิยมจะใส่เข้ามาในซีรีส์แนวสงครามนั้นก็คือความดราม่าซึ่งซีรีส์เรื่องนี้ก็ใส่เข้ามาแบบเต็มๆ เช่นเดียวกัน 

ซึ่งจะเป็นช่วงแรกที่ทางผู้สร้างนั้นต้องการที่จะให้ผู้ชมได้เข้าถึงอารมณ์และความรู้สึกของผู้คนที่อยู่ในเหตุการณ์และเรื่องราวแบบเต็มอิ่มก่อนแล้วค่อยไปเล่าเรื่องในส่วนของการเกิดสงครามเพื่อให้ผู้รับชมนั้นรู้สึกเข้าถึงได้มากยิ่งขึ้น 

มีการกล่าวถึงศาสนาที่พวกเขานั้นใช้ในการยึดเหนี่ยวจิตใจอีกด้วย แม้ว่าจะเล่าในมุมมองของชาวอิสราเอลแต่ก็ไม่ได้นำเสนอให้อีกฝ่ายนั้นกลายเป็นตัวร้าย 

เนื่องจากเป็นซีรีส์ที่เน้นความสมจริงจึงได้มีการเลือกนำเสนอเหตุการณ์ความผิดพลาดและความประมาทของทางฝั่งอิสราเอลอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นซีรีส์ที่สามารถถ่ายทอดประวัติศาสตร์ออกมาได้อย่างสมจริงและไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้เป็นอย่างนี้ 

Yangdu-Duyang.com จะพาทุกท่านไปพบกับ การรีวิว แนะนำหนัง ภาพยนต์ ทั้งในและต่างประเทศ ที่น่าดู น่าติดตาม บอกได้เลยว่าทุกท่านต้องห้ามพลาด

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

85 - 8 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า