แนะนำหนัง

Mystic Pop-Up Bar

Mystic Pop-Up Bar มนตร์มายา ณ ร้านลับแล ซีรีส์สายฮาที่มาพร้อมกับความซึ้งในบาร์เหล้าสุดลึกลับ

ชีวิตคนเรานั้นบางครั้งเรื่องที่เจอก็เต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ในจังหวะที่กำลังเศร้าอยู่อาจจะตลกจนหลุดหัวเราะขึ้นมา หรือในจังหวะที่สนุกสนานก็อาจจะต้องพบเจอกับเรื่องสุดเศร้าหรือเรื่องที่ทำให้ซึ้ง มันจึงไม่แปลกนักสำหรับซีรีย์เรื่อง Mystic Pop-Up Bar มนต์มายา ณ ร้านลับแล ซีรี่ย์สัญชาติเกาหลีที่นำเอาความแฟนตาซี ความตลก และความดราม่าเข้ามารวมกัน แถมยังทำออกมาได้อย่างลงตัวสุดๆ ไปเลยอีกด้วย  เรียกได้ว่าเป็นการฉีกกฎซีรีย์เกาหลีทั่วไปก็ว่าได้ เพราะมันไม่ได้เน้นหนักไปในเรื่องราวความโรแมนติก ความซาบซึ้ง หรือความโศกเศร้าขนาดนั้น แต่ก็ยังมีครบทุกรสชาติ เน้นหนักไปที่ความตลกโปกฮาที่ดูแล้วต้องหัวเราะตามอย่างแน่นอน เป็นซีรีย์ที่ดูแล้วรู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ได้เป็นอย่างดี  เนื่องจากเป็นซีรีย์ที่มีความแฟนตาซี ดังนั้นมันจึงมีความเกินจริงของตัวละครอยู่บ้านในพฤติกรรมหรือบางคำพูดซึ่งก็ดูน่ารักดี แม้ว่าจะดูเป็นเรื่องราวที่ไม่ได้มีเนื้อหารึอะไรมากนักแต่ความจริงแล้วเรื่องราวค่อนข้างซับซ้อนและมีความลึกลับไม่น้อยเลยทีเดียว  เป็นผลงาน Original Netflix ที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนชื่อดังจากนักเขียนชาวเกาหลีที่เผยแพร่ใน Application เว็บตูน มีจำนวนทั้งหมด 12 ตอน เป็นซีรีย์ใหม่ที่เพิ่งออกฉายในปีนี้และเพิ่งจบไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เรื่องราวภายในซีรีส์เรื่อง Mystic Pop-Up Bar Mystic Pop-Up Bar มนต์มายา ณ ร้านลับแล จะเล่าย้อนไปถึงสมัยยุคโบราณ วอลจูเป็นเด็กสาวที่อาศัยอยู่กับแม่ซึ่งทำอาชีพเป็นคนทรง ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เธอนั้นมีพลังพิเศษที่สามารถเข้าฝันผู้อื่นได้  เธอนั้นใช้ความสามารถดังกล่าวในการช่วยเหลือผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนจนเกิดเป็นชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมา เรื่องราวการช่วยเหลือผู้อื่นของเธอนั้นดังเข้าไปจนถึงในวังที่มีองค์รัชทายาทนอนหลับไหลไม่เคยตื่นขึ้นมาอีกเลย  เธอนั้นจึงถูกทางวังติดตามตัวไปรักษาองค์รัชทายาท ในการช่วยเหลือครั้งสำคัญนี้เธอกลับทำพลาดจนแม่ต้องช่วยเธอให้สามารถหนีไปได้แต่ตนเองก็ถูกสังหาร แถมบ้านยังถูกเผาจนไม่เหลือ  เธอรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะหนีได้สำเร็จสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะผูกคอตายที่ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แทน แต่สวรรค์กลับมาว่าการที่เธอฆ่าตัวตายนั้นเป็นเรื่องผิดบาปพวกเขาจึงส่งให้เธอมาอยู่ในโลกของมนุษย์ …

Mystic Pop-Up Bar มนตร์มายา ณ ร้านลับแล ซีรีส์สายฮาที่มาพร้อมกับความซึ้งในบาร์เหล้าสุดลึกลับ Read More »

HE’S JUST NOT THAT INTO YOU

HE’S JUST NOT THAT INTO YOU ภาพยนตร์รักสุดโรแมนติกที่จะทำให้คุณผู้หญิงหยุดมโน

HE’S JUST NOT THAT INTO YOU เป็นภาพยนตร์เก่าที่ออกฉายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2009 หรือกว่า 11 ปีที่แล้ว แต่เรื่องราวความสัมพันธ์นั้นไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ไม่มีวันล้าสมัย แม้จะผ่านมานานนับ 10 ปีแต่ก็สามารถย้อนกลับไปดูได้โดยที่ไม่รู้สึกว่าภาพยนตร์เรื่องนี้มีความเชยแม้แต่น้อย  ความดีความชอบนี้คงต้องยกให้กราบผู้กำกับอย่าง Ken Kwapis และเหล่านักแสดงนำมากฝีมือมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Ben Affleck Jennifer Aniston  หรือ Scarlett Johanson เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดความสัมพันธ์และความรักในหลากหลายรูปแบบออกมาได้อย่างลงตัว  เป็นภาพยนตร์แนวโรแมนติก คอมเมดี้ และดราม่า เพียงเท่านี้ก็คงจะเห็นแล้วว่ามีอารมณ์หลากหลายเลยทีเดียว เพราะมันไม่เหมือนกับภาพยนตร์รักทั่วไปที่เต็มไปด้วยความสมหวัง เพราะชีวิตจริงเราก็มักจะต้องเผชิญกับความผิดหวังในเรื่องของความรักกันอยู่แล้ว  เช่นเดียวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ที่มีชื่อเมื่อแปลภาษาไทยแล้วชัดเจนว่าเขาก็แค่ไม่ได้ชอบคุณ เป็นการหยิบยกเอาประโยคปลอบประโลมที่เป็นที่นิยมอย่างการบอกว่าผู้ชายหรือผู้หญิงคนนั้นแค่ชอบคุณมากเกินไปจนไม่กล้าคุยด้วย ไม่กล้าโทรหา หรือไม่กล้าส่งข้อความ ในขณะที่ตนเอง เพื่อน หรือคนรู้จักกำลังรอคอยการติดต่อกลับมาของคู่เดทหลังจากเดทครั้งแรก หรืออาจจะกำลังไปได้สวยแต่อยู่ๆ อีกฝ่ายก็หายไป  พฤติกรรมน่าแปลกใจเหล่านี้ความจริงแล้วสามารถอธิบายได้อย่างชัดเจนด้วยประโยคเดียวก็แค่เพราะเขาไม่ชอบคุณเท่านั้น ไม่แน่ว่าการรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะทำให้คุณเข้าใจความสัมพันธ์ของคุณ รวมไปถึงคนในความสัมพันธ์มากขึ้นอีกด้วย  เรื่องราวภายในภาพยนตร์เรื่อง HE’S JUST NOT THAT INTO YOU ที่จะทำให้รู้ว่าเขาก็แค่ไม่ชอบคุณ …

HE’S JUST NOT THAT INTO YOU ภาพยนตร์รักสุดโรแมนติกที่จะทำให้คุณผู้หญิงหยุดมโน Read More »

How to be Single ภาพยนตร์ ที่จะทำให้คุณเรียนรู้ว่าการเป็นโสดไม่น่ากลัว

How to be Single ภาพยนตร์ แม้ว่าเราจะพูดถึงความโสด แต่ความโสดนั้นก็สามารถแบ่งออกได้เป็นหลากหลายรูปแบบด้วยกัน แต่ละคนนั้นมีสาเหตุที่ทำให้ตัวเองครองตนเป็นโสดมากมายหลากหลายสาเหตุซึ่งก็แตกต่างกันออกไป บางคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองจะต้องหาคนที่ตัวเองต้องการเป็นคนที่ดีที่สุดหากเราต้องการที่จะสละโสด บางคนเข็ดขยาดจากความรักครั้งเก่าและอยู่ตัวคนเดียวมาจนชินจนรู้สึกว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปอีกแล้ว  บางคนอาจจะรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตโสดไปเดทกับคนนู้นคนนี้ได้โดยที่ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไร ออกไปดื่มปาร์ตี้กลางคืนได้อย่างเต็มที่ หรือบางคนที่เลือกจะเป็นโสดเพื่อทำตามความฝันและความต้องการของตนเอง เช่นเดียวกับนางเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้ที่มีชื่อว่าอลิซ สำหรับคนที่อยู่ในความสัมพันธ์ไม่ว่าจะมีแฟนแล้วหรือแต่งงานแล้วเคยรู้สึกไหมว่าตนเองนั้นไม่มีโอกาสที่จะได้ออกไปทำตามความฝันเพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับความสัมพันธ์  พอรวมเรื่องหน้าที่การงานการเรียนเข้าไปก็แทบจะไม่มีเวลาไปทำอะไรแล้ว กลายเป็นว่าเรานั้นต้องละทิ้งความฝันเพื่อรักษาความสัมพันธ์เอาไว้ บางคนจึงเลือกที่จะรักษาความสัมพันธ์และลืมความฝันของตนเองไป แตกต่างจากนางเอกของเราที่เลือกจะยุติสัมพันธ์ลงชั่วคราวเพื่อไปทำตามความฝัน ก่อนจะพบว่าชั่วคราวไม่มีจริงเพราะแฟนหนุ่มของเธอดันเลือกที่จะยุติความสัมพันธ์ตลอดไปแทนเพราะเขาคิดว่าสิ่งที่เธอทำนั้นมันช่างไร้สาระ  คราวนี้คนที่เคยมีแฟนมาตลอดไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเองจึงต้องใช้ชีวิตเป็นโสดและต้องเรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ เรื่องราวความโสดหลากหลายแง่มุมในภาพยนตร์เรื่อง How to be Single เป็นตัวละครเอกของภาพยนตร์เรื่องนี้เธอมีแฟนตั้งแต่อยู่ในระดับมหาวิทยาลัย ทำให้เธอนั้นมีแฟนคอยช่วยเหลือในการทำสิ่งต่างๆ อยู่เสมอ แต่เธอกลับรู้สึกว่าความสัมพันธ์ฉุดรั้งไม่ให้เธอไปทำสิ่งต่างๆ ที่เธอต้องการ เธอจึงบอกเลิกแฟนหนุ่มของเธอเป็นการชั่วคราวและย้ายไปยังเมืองนิวยอร์กเพื่อทำสิ่งต่างๆ ที่เธอต้องการ  เธอได้เจอเพื่อนร่วมงานที่มีชื่อว่าโรบิน สาวนักปาร์ตี้ที่ชวนเธอไปดื่มตั้งแต่วันแรกที่เจอกันทำให้เธอสนิทกับโรบินไปด้วยปริยาย แต่ไม่ทันที่จะได้ทำตามความฝันเธอกลับหลงอยู่ในความสัมพันธ์กับชายหนุ่มต่างๆ มากหน้าหลายตา แล้วก็คิดได้ว่าแฟนหนุ่มของเธอนั้นดีที่สุด แต่พอจะกลับไปคืนดีเขากลับเริ่มต้นความสัมพันธ์กับสาวคนใหม่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เธอต้องกลายเป็นโสดจริงๆ คนที่ไม่สามารถทำอะไรได้ด้วยตัวเองอย่างอลิซ จึงต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตโสดอย่างเต็มที่  แม็ก เป็นพี่สาวของอลิซเป็นเจ้าของห้องที่ช่วงแรกอลิซมาอาศัยอยู่ด้วย เธอมีอาชีพเป็นหมอแต่ในอดีตนั้นเคยมีประสบการณ์ความรักที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไหร่นักทำให้เธอเลือกที่จะไม่มีความสัมพันธ์ แต่ด้วยความที่เป็นสูตินรีแพทย์ทำให้ต้องพบเจอกับเด็กทารกมากมายและสุดท้ายเธอก็ตัดสินใจที่จะรับบริจาคสเปิร์มและมีลูกเป็นของตัวเอง แต่หลังจากรับบริจาคสเปิร์มมาแล้วเธอกลับเผลอไปสร้างความสัมพันธ์กับเด็กหนุ่มรุ่นน้องในที่ทำงานของอลิซ  สาวคนสุดท้ายในเรื่องนี้นั่นก็คือลูซี่  สาวสวยที่ยังเป็นโสดเพราะกำลังมองหารักแท้ที่เต็มไปด้วยคุณสมบัติที่เธอต้องการเธอจึงเลือกวิธีการมองหาคนที่เธอฝันในโลกออนไลน์ แต่ชายหนุ่มทั้งหลายที่เธอพบในโลกออนไลน์กับไม่เป็นอย่างที่เธอคิด แม้ว่าเธอนั้นจะพิจารณาโปรไฟล์ของพวกเขาอย่างถี่ถ้วนแล้วก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วความรักที่เธอเจอกับเป็นชายหนุ่มที่พบกันในชีวิตจริง  หากคุณคิดว่าความโสดมันแย่ขอให้ลองดูภาพยนตร์เรื่อง How …

How to be Single ภาพยนตร์ ที่จะทำให้คุณเรียนรู้ว่าการเป็นโสดไม่น่ากลัว Read More »

Grave of the Fireflies สุสานหิ่งห้อย ภาพยนตร์อนิเมชั่นที่สะท้อนภาพสงครามออกมาได้อย่างน่าเศร้า

Grave of the Fireflies สุสานหิ่งห้อย

หากพูดถึงภาพยนตร์อนิเมชั่นที่ดูแล้วจะต้องรู้สึกหดหู่จนไม่พูดจากับใครไป 2-3 ชั่วโมงแล้วล่ะก็ หนึ่งในภาพยนตร์ที่เราจะนึกถึงนั่นก็คือภาพยนตร์เรื่อง Grave of the Fireflies สุสานหิ่งห้อย  เป็นการบอกเล่าเรื่องราวช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศญี่ปุ่นที่ใกล้จะแพ้สงครามเต็มทนผู้คนเริ่มบาดเจ็บล้มตาย สิ่งปลูกสร้างทั้งหลายถูกทำลายจนแทบจะหมดสิ้น  ประชาชนต่างต้องประสบพบเจอกับหายนะมากมาย ความหวังที่มีเริ่มจะริบหรี่เต็มทน ถือเป็นสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกสำหรับผู้เริ่มสงครามอย่างประเทศญี่ปุ่นที่เริ่มแล้วจะยอมแพ้ง่ายๆ ก็คงไม่สามารถทำได้ ยิ่งเป็นประเทศที่มีความหยิ่งในศักดิ์ศรีเป็นอย่างมากแล้วเรียกได้ว่าลืมเรื่องนี้ไปได้เลย  ภาพยนตร์เรื่องนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่ประชาชนที่อยู่ในประเทศสงครามจะต้องประสบพบเจอ แม้ว่าจะเป็นการ์ตูนอนิเมชั่นแต่ก็ถ่ายทอดเหตุการณ์รวมถึงภาพออกมาได้อย่างสมจริงจนหลายๆ คนที่รับชมรู้สึกหดหู่จนต้องร้องไห้ออกมา  เหตุการณ์เท่านั้นที่บีบคั้นหัวใจแต่ด้วยความที่สตูดิโอจิบลิเลือกเอาตัวละครอีกเป็นเด็กยิ่งทำให้เรื่องราวมีความน่าเศร้ามากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว สุดท้ายเราก็รู้ได้ว่าสงครามนั้นไม่เคยให้ประโยชน์กับใคร มีแต่ทำลายโลกใบนี้ Grave of the Fireflies สุสานหิ่งห้อยเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ต้องสูญเสียครอบครัวและต้องดูแลน้องสาวด้วยตัวเอง เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องGrave of the Fireflies สุสานหิ่งห้อย นั้นนเริ่มต้นจากเสียงเตือนเครื่องบินทิ้งระเบิด  ครอบครัวของเซตะ ซึ่งประกอบไปด้วยตัวเขา แม่ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ และน้องสาวที่มีชื่อว่าเซซึโกะ ส่วนพ่อของครอบครัวนี้เป็นทหารเรือที่ต้องไปออกรถอยู่แนวหน้า  ทั้ง 3 คนนั้นกำลังเก็บของเพื่ออพยพเข้าสู่หลุมหลบภัย โดยผู้เป็นแม่นั้นให้ลูกชายและลูกสาวล่วงหน้าไปก่อนทำให้เธอและลูกๆ ต้องพลัดพรากจากกัน  หลังเหตุการณ์ระเบิดสงบ เซตะได้เข้าไปตามหาแม่ของเขาในโรงพยาบาลก่อนจะพบว่าแม่ของเขานั้นโดนระเบิดจนร่างกายทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล อยู่ได้ไม่นานเธอก็เสียชีวิตไปเพราะป่วยเป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว  ด้วยความที่ไม่ต้องการให้น้องสาวรู้สึกเศร้าเขาจึงเลือกที่จะไม่ให้เธอรู้ว่าแม่ของพวกเขานั้นได้เสียชีวิตไปแล้ว บ้านของทั้งสองคนถูกระเบิดทำลายจนหมดสิ้นทำให้ตอนนี้ไม่มีที่อยู่อีกต่อไป  ที่พึ่งสุดท้ายของเด็กทั้งสองคนจึงกลายเป็นบ้านของป้าซึ่งต้องเข้าไปอยู่อาศัยแบบสงบเสงี่ยมเจียมเนื้อเจียมตัวเพราะอยู่ในฐานะผู้อาศัยเท่านั้น ผู้เป็นป้าแม้ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามมากนักแต่ก็มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายเพราะต้องดูแลเด็กๆ เพิ่มถึง 2 คนในช่วงสงคราม  …

Grave of the Fireflies สุสานหิ่งห้อย Read More »

The Intern ภาพยนตร์ที่จะทำให้รู้ว่าบางครั้งคุณค่าของเรานั้นก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ

The Intern ภาพยนตร์ที่จะทำให้รู้ว่าบางครั้งคุณค่าของเรานั้นก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ

The Intern มันคงจะแปลกไม่น้อยหากบริษัทของเรารับเด็กฝึกงานที่มีอายุในวัยเกษียณแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นจริงในประเทศแถบยุโรปและอเมริกา  เนื่องจากค่าแรงของเด็กฝึกงานนั้นค่อนข้างต่ำ แต่หากเด็กฝึกงานของคุณเป็นคนที่มีความรู้มีประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนานและพึ่งจะเกษียณอายุออกมานั้น สิ่งที่เราจะได้รับจากพวกเขาถือว่าคุ้มกับค่าจ้างเลยทีเดียว  เช่นเดียวกับบริษัทภายในภาพยนตร์เรื่องTheIntern ที่เปิดรับเด็กฝึกงานสูงอายุให้เข้ามาทำงานร่วมกับบริษัทสตาร์ทอัพที่กำลังเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมากและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย  เราจะได้เห็นตัวละครอีกที่มีชื่อว่าเบน ชายหนุ่มผู้ทำงานมาอย่างยาวนานหลังจากเกษียณอายุและใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย ไปท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ แล้ว  แต่เขาก็ยังคงรู้สึกว่างเปล่าทุกครั้งที่กลับมาถึงบ้าน ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไปทำงานเป็นเด็กฝึกงาน นั่นก็เป็นเพราะว่าเขารู้สึกว่าคุณค่าของเขานั้นคือการได้ทำงานนั่นเอง เรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจภายในภาพยนตร์เรื่องThe Intern เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่องTheIntern งั้นเริ่มจากการที่เบนชายวัย 70 ปีที่เกษียณจากการทำงานเป็นผู้จัดการในโรงพิมพ์สมุดโทรศัพท์มาอย่างยาวนาน 40 ปีได้พบเจอใบประกาศรับสมัครเด็กฝึกงานสูงอายุในบริษัทขายเสื้อผ้าออนไลน์แห่งหนึ่ง เขาตัดสินใจที่จะสมัครด้วยการอัดคลิปวีดีโอลงยูทูป เนื่องจากเวลาที่ผ่านมานั้นหลังจากเกษียณภรรยาของเขาก็ได้เสียชีวิตไป แม้ว่าจะมีลูกแต่เขาก็ต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง  และถึงแม้ว่าจะมีเวลามากมายเอาไปทำกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นโยคะ ท่องเที่ยวรอบโลก ก็ไม่ช่วยเติมเต็มความรู้สึกของเขาได้ ด้วยความเก๋าเกมที่มีประสบการณ์เป็นอย่างมากทำให้ผู้สัมภาษณ์ตกลงรับเขาเข้าเป็นเด็กฝึกงานแทบจะโดยทันที เขานั้นได้ทำงานขึ้นตรงกับผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัทที่มีชื่อว่าจูลส์  เธอเป็นหญิงสาวที่มีความทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ ลงรายละเอียดต่างๆ กับลูกน้องด้วยตนเอง ด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้ธุรกิจของเธอที่พึ่งตั้งมาแค่ปีกว่าๆ ประสบความสำเร็จจะมีลูกน้องนับ 200 คน  แต่ด้วยความที่ต้องรับมือและบริหารบริษัทที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็วนั้น ทำให้เธอไม่มีเวลาและมีชีวิตที่ยุ่งวุ่นวายเป็นอย่างมาก จนเธอนั้นหลงลืมการให้ความสำคัญและเวลาให้กับครอบครัว ซึ่งประกอบไปด้วยสามีและลูกสาวของเธอ  ที่สำคัญคือตอนที่ผู้ช่วยมาเสนอโครงการรับเด็กฝึกงานสูงอายุนั้นเธอมีท่าทีเห็นด้วย แต่พอรับเข้ามาจริงๆ แล้วเธอกลับลืมเรื่องราวดังกล่าวทั้งหมดสิ้น ไม่เพียงเท่านั้นเธอยังไม่เห็นด้วยอีกต่างหากที่ผู้ช่วยจะจัดให้เบนมาเป็นเด็กฝึกงานในความรับผิดชอบของเธอ เพราะเธอรู้สึกว่าเธอไม่สามารถรับมือกับคนสูงอายุได้ แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธหลังจากที่ได้พบเบนเป็นเวลาไม่กี่นาที  อย่างไรก็ตามเธอก็ไม่ได้ให้งานอะไรเขาอีก เบนจึงพยายามหาว่าอะไรที่เขาจะสามารถทำได้บ้าง จนเขานั้นกลายเป็นที่รักของคนทั้งบริษัท เพราะคอยช่วยเหลือทุกคนไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว  …

The Intern ภาพยนตร์ที่จะทำให้รู้ว่าบางครั้งคุณค่าของเรานั้นก็ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราทำ Read More »