แนะนำหนัง ชนะรางวัล 12 years a slave เรื่องจริงของประวัติศาสตร์​

12 years a slave
12 years a slave

แนะนำหนัง ชนะรางวัล 12 years a slave


แนะนำหนัง ชนะรางวัล 12 years a slave หากใครที่ชื่นชอบภาพยนต์อังกฤษ/อเมริกันแนวดราม่าประวัติศาสตร์ ดูแล้วเกิดความบีบคั้นหัวใจทางอารมณ์จากการถูกกดขี่และเหยียดผิวของตัวละครหลัก เราขอแนะนำภาพยนตร์​เรื่อง 12 years a slave แต่ถ้าหากใครไม่ชอบความรู้สึกหดหู่ ใจไม่ถึงพอจะที่รับแรงกดดัน ดูแล้วเกิดความตึงเครียด ภาพยนต์เรื่องนี้คงไม่ตอบโจทย์สักเท่าไหร่ โดยเนื้อจากภาพยนตร์​นั้นอิงมาจากเค้าโครงเรื่องจริงของ โซโลมอน นอร์ธัป เสรีชนชาวนิวยอร์ก​ที่ถูกลักพาตัวในวอซิงตันดีซี ถูกขายเป็นทาสในโรงงานฝ้ายถึง 12 ปีจึงจะได้รับอิสระ ซึ่งเขาก็ได้เป็นคนเขียนบทนี้ขึ้นมาเองจากชีวิตของเขากำกับการแสดงโดย สตีฟ แม็กควีน มีจอห์น ริดลีย์ เป็นผู้เขียนบท และชูอิเทล เอจิโอฟอร์แสดงเป็นโซโลมอน นอร์ธัป และมีนักแสดงสมทบคือไมเคิล ฟาสเบนเดอร์, เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบทช์, พอล ดาโน, พอล เจียมัตติ, ลูพีตา ญองอ, ซาร่า พอลสัน, แบรด พิตต์ และอัลเฟร วูดดาร์ต

ภาพยนตร์​เรื่องนี้ถูกฉายในปี 2556 ซึ่ง​ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ได้รับรางวัล​ออสการ์ไปถึง 3 รางวัล ได้แก่ภาพยนตร์​ยอดเยี่ยม บทภาพยนตร์​ดัดแปลงยอดเยี่ยม สาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมโดยเนื้อหาของเรื่องจะกล่าวถึงเรื่องราวของชายผิวดำคนหนึ่งที่ถูกลักพาตัวไปขายเป็นทาสนานถึง 12 ปี ถึงจะได้รับการปลดแอก​ในบทจะแสดงให้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันของมนุษย์และแสดงให้เห็นถึงสถานะภาพทางสังคมของคนผิวดำออกมาในรูปแบบของความเป็นจริงในการเหยียดสีผิวหรือการแบ่งชนชั้นสีผิว

ตัวอย่างภาพยนตร์ 12 years a slave ปลดแอก​คนย่ำคน

การดำเนินและตีความของ ภาพยนตร์​ 12 years a slave ปลดแอก ​คนย่ำคน

เป็นการเล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งชื่อ “โซโลมอน นอร์ทรัฟ” เขาเป็นนักไวโอลินที่มีชีวิตเรียบง่ายกับครอบครัวเล็กๆ ในมลรัฐนิวยอร์ก ของ สหรัฐอเมริกาที่ถูกจับมาหลอกขายเป็นทาสให้ชนชั้นผิวขาวยาวนานถึง 12 ปี โดยระหว่างที่เขาเป็นทาสนั้นชื่อของเขาถูกเปลี่ยนให้เป็น “แพลท” เขาต้องเป็นทาสโดยผ่านการมีเจ้านายด้วยกันถึง 2 คน คนแรกคือ ฟอร์ด เจ้านาย นายทาสผู้มีจิตใจดี อีกคนคือ เอปส์ นายทาสผู้ใจร้ายที่ชอบข่มเหงและลงโทษทางแบบไม่มีเหตุผล เขาต้องอยู่ต่างที่ต่างถิ่น ถูกกดขี่ต่างๆนานๆถูกตีราคาราวกับเป็นสินค้าในตลาดจากชนชั้นผิวขาวที่ตั้งตัวเป็นเจ้าของชีวิตของพวกเขา แต่เขาก็ไม่เคยย่อท้อ และเขาก็เลือกที่จะเผชิญหน้าอยู่กับมันเสาะหาความยุติธรรมและผลักดันให้ตัวเองผ่านพ้นวันที่เลวร้ายไปให้ได้นานถึง12 ปี 

ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทอดออกมาให้เห็นถึงความโหดร้ายและป่าเถื่อน​ของการค้าทาสมนุษย์ รวมถึงฉากที่พาทุกคนไปดูการทำงานของทาส ว่ามีการอยู่การกินแบบไหน การลงโทษ​ทาสนั้นเป็นอย่างไร รวมถึงกิจวัตร​ประจำวันอย่างทุกซอกทุกมุม​ ซึ่งถ้าหากดูในตอนแรกๆนั้น  โซโลมอน นอร์ธัป ไม่ได้ยอมรับโชคชะตา​กรรมของตัวเองในตอนแรกสักเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะเอาชีวิตรอดออกไป เพื่อที่จะได้พาตัวเองกลับมาสู่ความอิสระอีกครั้ง จนกระทั่งเขาได้ไปพบกับผู้รณรงค์การปลดปล่อยทาสชาวแคนาดา และนั้นทำก็เป็นเหตุที่ทำให้เขาได้รับอิสระภาพคืนมา

ถ้าให้พูดถึงฉากที่เรียกน้ำตาและบีบคั้นความรู้สึกได้มากที่สุดคงเป็นฉากที่ โซโลมอน ถูกไม้แซ่ฟาดไปยั้งเพื่อให้เขาพูดออกมาว่าเขาทาส” ไม่ใช่ “อิสรชน” อย่างที่เขาเติบโตมาฉากนี้นักแสดงสามารถสื่ออารมณ์ของความถูกกดขี่ของสังคมออกมาได้ดี ทำให้หลายคนอินกับฉากนี้มาก

โดยเนื้อหาของภาพยนตร์​นั้นจะพยายามเน้นให้เห็นถึงความเลวร้ายของการเหยียดสีผิวของชาวอเมริกันว่ามันโหดร้ายมากแค่ไหน แต่ในหนังเรื่องนี้ก็ไม่ได้พูดถึงแค่มุมของการกดขี่ของชาวผิวขาวชาวอเมริกันที่มีต่อคนผิวดำ แต่ยังคงต้องการสะท้อนให้เห็นโลกของความเป็นจริงในมุมที่กว้างมากกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเห็นแก่ตัวของทุกคนที่มนุษย์​ทุกคนกระทำต่อกัน ความอิจฉาที่มีต่อกันไม่ว่าจะมากน้อยเพียงใดก็ตามล้วนแต่แสดงให้เห็นถึงจิตใจด้านมืดดำของมนุษย์ที่มีต่อกันเองที่ไม่ว่าจะทำอะไรก็จะนึกถึงเพียงแต่ตัวเองเสมอ และยอมทำร้ายผู้อื่นเพียงเพื่อความอยู่รอดของตัวเองสะท้อนให้เห็นความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น

บทสรุปของ ภาพยนตร์​ 12 years a slave ปลดแอก ​คนย่ำคน

ภาพยนตร์​เรื่องมีเนื้อหาสาระแน่น มีทั้งเกร็ด ข้อคิดและความรู้มากมายในประวัติศาสตร์ก่อนสงครามที่ไม่ได้ต้องการสื่อออกมาแค่หนังชีวิตของชายผิวดำที่เคยมีอิสรภาพ​แต่ถูกพลาดความอิสระไปเพราะการถูกหลอกไปขายเป็นทาสแน่นอน หนังเพียงแค่ต้องการนำเสนอสถานะทาสผิวดำออกมาได้ในแบบ “ความเป็นจริง” ชีวิตทาสที่ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างหดหู่ บีบคั้นหัวใจ มีหลายฉาก​หลายตอนที่ดึงอารมณ์​ได้ดี แต่ก็การดำเนินเรื่องก็มีความน่าเบื่อเช่นกัน​ หากใครชอบภาพยนตร์​ที่อิงประวัติศาสตร์​อยากดูหนังดีที่ได้รับการการันตีจากเวทีออสการ์ ก็ลองไปชมกันได้เลย 

รีวิวหนัง 12 years a slave จาก IMDB

เริ่มแรกฉันจำครั้งสุดท้ายที่ไม่สามารถตื่นขึ้นมาในตอนท้ายของภาพยนตร์ได้ ฉันไม่สามารถลุกขึ้นจากที่นั่งได้ ร่างกายของฉันรู้สึกราวกับว่ามันถูกถ่วงลงด้วยสิ่งที่ใหญ่กว่าและหนักกว่าตัวฉันมาก … ประวัติศาสตร์เป็นอย่างนั้นกับฉัน (ฉันเป็นผู้หญิงแอฟริกันอเมริกัน) ขอบคุณมิสเตอร์แมคควีนนายเอจิโอฟอร์นางสาวนยองโอนางสาวพอลสันและคนอื่น ๆ และใช่แม้แต่มิสเตอร์ฟาสเบนเดอร์ ฉันไม่ใช่นักวิจารณ์ภาพยนตร์หรืองานอดิเรกเกี่ยวกับภาพยนตร์แม้ว่าฉันจะพยายามอยู่ในปัจจุบัน แต่สิ่งที่ฉันเป็นคือมนุษย์ที่พยายามเข้าใจปัญหาและประเด็นต่างๆในประเทศของเรา หนังเรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าทำไมเราถึงมาอยู่ในสังคมทุกวันนี้ มนุษย์จะโหดร้ายต่อเพื่อนมนุษย์อย่างไม่ย่อท้อได้อย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเขาดูพูดจาหรือทำตัวแตกต่างฉันจะไม่มีวันเข้าใจ

thamanidelgardo-822-41021819 October 2013

การเผชิญหน้าโดยบังเอิญทำให้ซาโลมอนโนวส์จากการใช้ชีวิตอย่างอิสระในนิวยอร์กถูกลักพาตัวและขายเป็นทาสในหลุยเซียน่าและส่งมอบให้กับเจ้าของทาส ที่นั่นซาโลมอนทรงเป็นพยานถึงความโหดร้ายมากมายซึ่งไม่ควรเผชิญหน้ากับใคร
เมื่อฉันมองไปที่หน้าจอด้วยความกลัวฉันกลับไปที่บางส่วนของฉากที่ผมเห็น ก่อนหน้านี้มีภาพยนตร์ที่ดีและรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับความเป็นทาสพวกเขามีความแตกต่างเล็กน้อยในวิธีการแก้ปัญหาทาส ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของการกู้คืนข้างต้นเป็นชนิดย่อยตามด้วย django อันช่วยและแม่บ้าน อย่างไรก็ตามแม้ว่าอดีตทิ้งพาสต้าตะวันตกบันเทิงแทนที่จะพยายามที่จะแก้ไขปัญหาทางการเมืองหลังสตีฟแมคควีนปีทาสปิดทั้งสองบางทีทั้งย่อยเพื่อที่ดี ฉันสงสัยว่าภาพยนตร์ใดๆในอนาคตที่เกี่ยวข้องกับการเป็นทาสจะเจ็บปวดเหมือนหนังเรื่องนี้


สตีฟแมคควีนเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ที่กล้าหาญต่อความโหดร้ายที่ไม่มีกรองในส่วนลึกของมนุษยชาติ เขาวาดใบหน้าของนักแสดงกับระยะใกล้สายตาของเขาจับจ้องไปที่ความสิ้นหวังและรูจมูกของเขาสูบบุหรี่จากความก้าวร้าว เปลือยเนื้อไม่ได้เพราะเนื้อหาลามกอนาจารแต่เพราะความสิ้นหวังและไร้ประโยชน์ เลนส์ยาวและเลนส์มุมกว้างไม่ได้ผิดปกติในหนังของเขาที่พวกเขาแสดงฉากที่ยอดเยี่ยมและการแสดงที่ทำให้ผู้ชมอึดอัดที่สุด นายแมคควีนไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้ชมเพื่อแก้ไขปัญหาของทาสแต่ยังช่วยให้ผู้ชมที่จะรับผลที่ตามมา มันเป็นหนังที่อึดอัดมาก สถานที่ที่สวยงามของการถ่ายภาพเป็นกระสับกระส่ายก่อนและหลังลำดับตัวยึดกับความขมขื่นของ Hans Zimmer และบางครั้งคะแนนที่น่ากลัว ทั้งหมดนี้คือการสร้างสถานที่และเวลาที่น่ากลัวนรกเดินบนโลก
แกนหลักของทั้งหมดนี้คือชิววิทเทอร์ ejioor เป็นซาโลมอน อีจิโอกล่าวว่าในหนังเรื่องนี้เขาเป็นแรงธรรมชาติที่ไม่สามารถละเลยหลังจากทศวรรษของการสนับสนุนบทบาทอาชีพ เขาหยุดอย่างสิ้นหวังและกล้องอยู่บนเขาไม่กี่นาทีโดยไม่พูดอะไรสักคำ อีกฉากหนึ่งคือเขาไว้ทุกข์การตายของเพื่อนร่วมงานที่ฝูงชนร้องเพลงบังคับเขาและเขย่าเขาน้ำตา ฉากเหล่านี้เป็นเหมือนฉากก่อนหน้านี้เขาเป็นผู้ชายที่สง่างามและฟรีของสังคมสูงผสมกับฝูงชนอย่างมีความสุขและมีส่วนร่วมในความหลากหลายของกิจกรรมดนตรี มันเป็นการแสดงทัวร์


การรวมกันที่สมบูรณ์แบบของนักแสดงที่รู้จักกันดีและมีแนวโน้มที่จะอยู่ภายใต้ปอตไลท์ของเอจีฟอร์พอลดาโน่พอลจีนมาร์ตี้อัลเฟรดวู้ดด์ซาร่าห์พอลสันและแม้แต่แบรดพิตต์และเบนนิดิคคัมเบอร์กี้แต่ไม่มีใครที่ชอบไมเคิลแมคควีนเป็นผู้บังคับบัญชาที่น่ารังเกียจและโหดร้ายเป็นเอ็ดวินเป็น ลักษณะของเช่นโหดร้ายโหดร้ายป่าเถื่อนดังนั้นยอดเยี่ยมและน่ากลัวที่เห็นเขาทำให้ผู้ชมที่ไม่คุ้นเคยของเขา
เครดิตกลิ้งและฉันไม่สามารถพูดได้ ภาพยนตร์น้อยกว่าจะเพิ่มอารมณ์และลูกเล่นที่ได้รับอิทธิพลทางการเมือง ไม่ใช่แบบนี้ มันเป็นหนังที่น่าดูมันเตือนเราว่าจิตวิญญาณของมนุษย์ที่แข็งแกร่งและวิธีการที่โชคดีที่เราทุกคนได้ผ่านช่วงเวลาที่น่ากลัวในประวัติศาสตร์ ผลกระทบทั้งหมดของมันไม่ได้รู้สึกมาก่อนในหนังจนกระทั่งตอนนี้

dvc515918 October 2013

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

4 + 20 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า