รีวิว หนัง Raya and the Last Dragon

รีวิว หนัง Raya and the Last Dragon ความพยายามของดิสนีย์ที่ต้องการจะเอาใจชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

มีหลายครั้งที่ Hollywood พยายามที่จะเอาใจชาวเอเชีย โดยการถ่ายทอดเรื่องราวที่เกี่ยวกับทวีปเอเชียหรือใช้นักแสดงชื่อดังจากทวีปเอเชียไปแสดงนำอย่างเช่นแจ็คกี้ ชาน แต่แน่นอนว่าการพยายามเล่าถึงเรื่องราวในเอเชียโดยชาวตะวันตกนั้นมักจะออกมาไม่เข้าท่าเท่าไหร่นัก 

คราวนี้มาถึงค่าย Disney ค่ายการ์ตูนใหญ่ชื่อดังที่พยายามหยิบนำเอาวัฒนธรรมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปใส่ไว้ในเรื่องราวของภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Raya and the Last Dragon ครั้งนี้ดูเหมือนว่า Disney จะพยายามเป็นพิเศษ เนื่องจากในอดีตนั้น Disney เองก็เคยพยายามทำเรื่องราวเกี่ยวกับทางเอเชียอย่างเช่นเรื่องมู่หลาน

ด้วยความที่มู่หลานเป็นการ์ตูนเก่าที่ออกในยุค 90 การเข้าถึงข้อมูลของเอเชียนั้นอาจจะยังไม่มากพอ ทำให้ช่วงนั้น Disney ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าไม่ได้ใส่ใจหรือศึกษารายละเอียดของประเทศที่จะนำมานำเสนอให้ดีก่อน พร้อมทั้งมีการชี้ว่าจุดใดในภาพยนตร์ที่ชาวจีนไม่ทำกันอีกด้วย

หนำซ้ำตัวละครหลักอย่างมู่หลานยังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า เธอนั้นเหมือนเด็กวัยรุ่นฝั่งตะวันตกมากกว่า แถมยังมีพฤติกรรมหลายอย่างที่ไม่เหมาะสมและลูกหลานชาวจีนโดยเฉพาะลูกสาวไม่ทำกัน

แต่อย่างไรก็ตาม Disney นั้นได้น้อมนำเอาคำวิจารณ์ทั้งหมดมาปรับใช้ในมู่หลานฉบับภาพยนตร์แต่มันก็ออกมาไม่เป็นอย่างหวังเสียทีเดียวสำหรับบางคน การที่ Disney สร้างภาพยนตร์อนิเมชั่นที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้น ทำให้ในครั้งแรกผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ค่อนข้างที่จะมีความกังวลไม่น้อย

แต่จากตัวอย่างภาพยนตร์ที่ปล่อยออกมานั้นถือว่าทาง Disney ได้ทำการศึกษาข้อมูลเป็นอย่างดี ไม่เพียงเท่านั้นจากข่าวยังมีการนำเอาทีมงานชาวไทยและทีมงานที่อยู่ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่องนี้ ซึ่งทำให้เรื่องราววัฒนธรรมและศิลปะนั้นมีความสมจริงมากยิ่งขึ้น

สำหรับใครที่อยากจะลองรับชมภาพยนตร์อนิเมชั่นจากดิสนีย์ที่มีกลิ่นอายความเป็นไทยผสมผสานกับวัฒนธรรมของเพื่อนบ้านแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้วละก็ ควรเข้าไปรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ดูสักครั้ง เชื่อว่าจะต้องมีหลายจุดที่ทำให้คุณต้องร้องว้าวอย่างแน่นอน

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง Raya and the Last Dragon

Raya and the Last Dragon แม้ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่จั่วหัวเอาไว้ว่านำเอาศิลปะวัฒนธรรมจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาเป็นแรงบันดาลใจหลักในการออกแบบเรื่องราวตัว ละคร และสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในฉาก แต่ก็ไม่ได้มีการระบุว่านำเอามาจากประเทศใดประเทศหนึ่ง ทำให้ศิลปวัฒนธรรมนั้นค่อนข้างที่จะผสมผสานกันพอสมควร

เพราะเหตุนี้ทาง Disney จึงเลือกที่จะเล่าเรื่องราวทั้งหมดในอาณาจักรสมมติที่มีชื่อว่าคูมันดรา เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่มีแม่น้ำสายใหญ่ไหลผ่านเมืองต่างๆ ทั้ง 5 เมือง ซึ่งเป็นรูปมังกรประกอบไปด้วยหัวใจ เขี้ยว สันหลัง กรงเล็บ และหาง แต่ละเมืองนั้นก็จะมีความโดดเด่นและเผ่าที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงทักษะและความชำนาญในด้านต่างๆที่แตกต่างกันอีกด้วย

เดิมทีอาณาจักรแห่งนี้มีมังกรคอยเป็นผู้ดูแลความสงบเรียบร้อยภายในอาณาจักร แต่แล้วดรูน อสูรร้ายที่มีความต้องการบางอย่างก็ได้บุกเข้ามายังโลกและต่อสู้กับมังกร จนทำให้มังกรนั้นต้องเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อปกป้องอาณาจักรเอาไว้ และมังกรนั้นก็ได้ทิ้งไว้เพียงแค่อัญมณีมังกรที่มีการเก็บซุกซ่อนอยู่ในเมืองหัวใจ

อัญมณีชิ้นนี้เฝ้ารอคอยวันเวลาที่จะมีคนมาพบเจอกอบกู้มันขึ้นมาและรวมเมืองทั้งหมดให้กลับมาอยู่ในรูปแบบอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ตามเดิมอีกครั้ง จนเวลาผ่านไปเนิ่นนานถึง 500 ปี ผู้ครองเมืองหัวใจนั้นก็มีความต้องการที่จะรวบรวมเมืองทั้ง 5 ให้กลับมาเป็นอาณาจักรหนึ่งเดียวกันอีกครั้ง 

เขาจึงได้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นมาและได้ทำการเชิญผู้ครองเมืองทั้ง 4 เมืองให้มาร่วมงาน การพบกันของชาวเมืองต่างๆ ในครั้งนี้ทำให้เจ้าหญิงเผ่าหัวใจอย่างรายานั้นได้พบเจอกับเจ้าหญิงจากเผ่าเขี้ยวอย่างนัมมาอารี และทั้งสองนั้นก็ได้กลายเป็นเพื่อนกัน จนเจ้าหญิงเผ่าเขี้ยวได้บอกความต้องการว่าเธอนั้นอยากจะได้อัญมณีมังกรไปไว้ที่เมืองของตนเอง

เพราะเหตุนี้ทำให้ความวุ่นวายเกิดขึ้นอัญมณีนั้นแตกสลายออกเป็น 5 ส่วนและอสูรร้ายก็กลับมาอีกครั้ง มนุษย์ที่โดนอสูรเข้าสิ่งนั้นจะมีร่างกายแข็งทื่อเป็นหิน คนที่สามารถเอาชีวิตรอดได้ก็พยายามดั้นด้นกลับเมืองตัวเองเพื่อหนีตาย รายาเองนั้นเป็นหนึ่งในผู้รอดชีวิตและเธอพยายามที่จะรวบรวมเศษเสี้ยวของอัญมณีหัวใจมังกรให้กลับคืนมาดังเดิมและรวบรวมทุกเผ่าให้กลับมากลายเป็นอาณาจักรตามความต้องการของพ่อเธออีกครั้ง

ก่อนจะมี Raya and the Last Dragon Disney เคยพูดถึงประเทศไทยมาก่อน

Raya and the Last Dragon เป็นการนำเอาวัฒนธรรมของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เต็มไปด้วยความสวยงามมาเล่าเรื่องในด้านดี แต่ความจริงแล้วทราบหรือไม่ว่ากว่า 64 ปีที่ผ่านมานั้น Disney เคยมีการพูดถึงประเทศไทยและความเป็นไทยมาก่อนซึ่งไม่ใช่ด้านที่ดีเท่าไรนัก

การ์ตูนอนิเมชั่นทรามวัยกับไอ้ตูบหรือ Lady and the Tramp เคยมีการพูดถึงแมววิเชียรมาศ โดยนำเสนอออกมาให้มันเป็นตัวร้ายในการ์ตูนและมีเพลงที่ล้อเลียนสำเนียงชาวเอเชียที่ไปอยู่ในทวีปฝั่งตะวันตกออกมาอีกด้วยในชื่อเพลงว่า The Siamese Cat Song ที่แสดงออกถึงความเข้าใจผิดว่าชาวเอเชียนั้นล้วนแต่ใช้ตะเกียบกับทุกสิ่งอย่าง 

เรียกได้ว่าเป็นการเหยียดเชื้อชาติและสเตอริโอไทป์ชาวเอเชียออกมาในแง่ลบอย่างถึงที่สุด แม้ว่าเวลาที่ผ่านมากว่า 60 ปีนั้น Disney จะมีการปรับทัศนคติและมุมมองแบบเหยียดเชื้อชาติให้เปลี่ยนไป และได้มีการแก้ไขเพลงดังกล่าวในฉบับภาพยนตร์ที่ออกฉายใหม่แล้วก็ตาม แต่อย่างไรเราก็ยังคงจำได้ว่าครั้งหนึ่งนั้น Disney ได้มีการพูดถึงชาวเอเชียในรูปแบบที่ไม่น่ารักเท่าไรนัก  

ตัวอย่างหนัง Raya and the Last Dragon

หนัง Raya and the Last Dragon จาก Disney’s

ดิสนีย์เพิ่งเปิดตัว Raya and the Last Dragon ไปสดๆ ร้อนๆ ที่งาน D23 Expo เมื่อช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา และเป็นเรื่องน่ายินดีเป็นพิเศษเพราะเรื่องราวในแอนิเมชันแฟนตาซีเรื่องใหม่นี้จะมีฉากหลังทางวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

หนังจะเล่าเรื่องราวการผจญภัยของนักรบสาวนาม ‘รายา’ เธอออกตามหามังกรตัวสุดท้ายของโลกเพื่อหวังจะนำแสงสว่างและความรุ่งโรจน์ของอาณาจักร Kumandra ที่ถูกแบ่งออกเป็น 5 ส่วนให้กลับคืนเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง  

เรื่องราวใน Raya and the Last Dragon ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม ฯลฯ ซึ่งดิสนีย์ได้ส่งทีมลงมารีเสิร์ชข้อมูล และเมื่อดูจากภาพคอมอาร์ตที่ดิสนีย์ปล่อยออกมาในงาน D23 Expo หลายคนก็เริ่มจะมองเห็นคล้ายๆ กันว่า ‘มังกรซิซู’ น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากพญานาค สัตว์ศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อพื้นบ้านของชาวเอเชียในแถบตะวันออกเฉียงใต้ 

Raya and the Last Dragon กำกับโดย พอล บริกส์ และดีน เวลลินส์ จาก Big Hero 6 และจะได้มือเขียนบทชาวเอเชียอย่าง อเดล ลิม จาก Crazy Rich Asians มารับหน้าที่เขียนบทและมีส่วนร่วมในงานออกแบบ 

ส่วนงานพากย์เองก็น่าสนใจไม่แพ้กัน Raya and the Last Dragon จะได้ แคสซี สตีล จากทีวีซีรีส์ Rick and Morty และ Paint It Red มาให้เสียงเป็นสาวน้อยรายา และจะได้ อควาฟินา จาก Crazy Rich Asians และ The Farewell มาให้เสียงเป็นซิซู มังกรตัวสุดท้ายผู้ซ่อนตัวตนอยู่ในร่างของหญิงชรา และนี่ยังถือเป็นการพากย์เสียงตัวละครให้กับแอนิเมชันอีกครั้งของอควาฟินา หลังจากเธอเคยให้เสียงเป็นเจ้าหมูเขียวคอร์ตนีย์ใน The Angry Birds Movie 2 (2019) และ The SpongeBob Movie: It’s a Wonderful Sponge (2020) ตอนนี้อดใจรออีกนิด หนังมีกำหนดเข้าฉาย 25 พฤศจิกายน 2020

คนพากย์ Raya and the Last Dragon ในประเทศไทย

ญาญ่า อุรัสยา

นพวรรณ เหมะบุตร

Yangdu-Duyang.com จะพาทุกท่านไปพบกับ การรีวิว แนะนำหนัง ภาพยนตร์ ทั้งในและต่างประเทศ ที่น่าดู น่าติดตาม บอกได้เลยว่าทุกท่านต้องห้ามพลาด

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

6 + 34 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า