รีวิว หนัง CARTER

รีวิว หนัง CARTER

รีวิว หนัง CARTER ภาพยนตร์แนวต่อสู้สุดมันสัญชาติเกาหลีจาก NETFLIX

ปกติแล้วหากพูดถึงภาพยนตร์แนวต่อสู้หลายคนอาจจะไม่ได้นึกถึงภาพยนตร์จากฝั่งเกาหลีสักเท่าไหร่เนื่องจากมองว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในเกาหลีนั้นจะถนัดการทำภาพยนตร์แนวดราม่าหรือภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอมเมดี้มากกว่า แต่ในความเป็นจริงแล้วก็มีภาพยนตร์เกาหลีแนวต่อสู้หลายเรื่องเลยทีเดียวที่สามารถทำออกมาได้ดีและมีความสนุกสนาน ไม่ได้ติดกับดักความเป็นสูตรสำเร็จจนน่าเบื่อแต่อย่างใด อย่างเช่นที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้นั่นก็คือภาพยนตร์เรื่อง CARTER 

CARTER เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายบน NETFLIX เมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา มาพร้อมกับการต่อสู้แบบจัดเต็มพร้อมกับเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น ไม่ได้ใส่ดราม่าเข้ามามากมายจนทำให้รสชาติของการต่อสู้ขาดหายไปแต่อย่างใด หากคุณเป็นคนที่ชอบการรับชมฉากการต่อสู้รับรองเลยว่าตลอด 132 นาทีคุณจะเต็มอิ่มกับการต่อสู้แบบถึงขีดสุดอย่างแน่นอน 

ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เจ้าพ่อผู้กำกับภาพยนตร์แนวต่อสู้ชื่อดังอย่างจองบยองกิล ชายผู้มีผลงานภาพยนตร์แนวต่อสู้ออกมาให้เราได้รับชมมากมาย จุดเด่นส่วนใหญ่คือการถ่ายทำแบบ REAL TIME ให้เรารู้สึกเหมือนกับได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกของภาพยนตร์ ได้ดำเนินเรื่องราวไปพร้อมกับตัวละครมันจึงทำให้ผู้รับชมอย่างเรารู้สึกอินไปกับความรู้สึกของตัวละครได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม เมื่อรวมเข้ากับฉากการต่อสู้แบบจัดเต็มจนแทบจะไม่มีเวลาให้พักหายใจทำให้มันสามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้รับชมอย่างเราได้เป็นอย่างดี ภาพยนตร์เรื่องนี้จะออกมาเป็นอย่างไร ไปดูกันเลย

หนัง netflix แนะนํา 2022 พากย์ไทย

เรื่องราวในภาพยนตร์เรื่อง CARTER 

CARTER เป็นภาพยนตร์ที่จะเล่าถึงเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ฟื้นขึ้นมาภายในห้องของโรงแรมที่เขาไม่รู้จัก เขาพยายามตั้งสติก่อนจะพบว่าความทรงจำของตัวเองทั้งหมดหายไปอย่างสิ้นเชิง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าชื่อของตัวเองคืออะไร และเพราะอะไรเขาจึงมาหมดสติอยู่ในห้องแห่งนี้ แต่หลังจากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงมาจากเครื่องที่ฝังอยู่ภายในหูบอกว่าตัวของเขานั้นมีชื่อว่าคาร์เตอร์ 

เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้เกิดอะไรขึ้นแต่เขากลับถูกเจ้าหน้าที่ CIA บุกเข้ามาภายในห้องเพื่อจับกุมตนเอง ทำให้เขาต้องพยายามหนีเอาชีวิตรอดออกจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็วอย่างไม่มีทางเลือก ระหว่างทางที่เขาพยายามค้นหาคำตอบและหลีกหนีการจับกุมนั้นเขาก็ได้ค้นพบพ่อกับปริศนามากมายเกี่ยวกับภารกิจเสี่ยงตายที่เขาจะต้องทำ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีคนจากทางอเมริกาถูกส่งมาตามล่าตัวเขาโดยเฉพาะ แต่นั่นยังไม่แย่เท่ากับการที่มีทั้งคนจากทางเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือพยายามจะจับกุมตัวเขาด้วยเช่นเดียวกัน 

ปัญหายังไม่จบแต่เพียงเท่านั้นเพราะเขาได้รับรู้ว่าตนเองได้เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับไวรัสที่ทำให้ผู้คนมีสติคุ้มคลั่ง ภารกิจเสี่ยงตายของเขาตามที่ได้ยินจากเครื่องในหูบอกว่าเขาจะต้องพาเด็กสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่าฮานาที่มีเลือดที่สามารถนำเอาไปใช้รักษาเชื้อไวรัสปริศนาดังกล่าวได้ส่งให้กับประเทศเกาหลีเหนือให้ทัน ไม่เช่นนั้นเขาจะต้องตายอย่างแน่นอน เขาจะสามารถทำภารกิจนี้ได้สำเร็จหรือไม่และความเป็นจริงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เราต้องไปติดตามรับชมกันต่อในภาพยนตร์

ความรู้สึกหลังรับชมภาพยนตร์เรื่อง CARTER 

CARTER เป็นภาพยนตร์แนวต่อสู้ที่มีความโดดเด่นตรงที่การถ่ายทำแบบ REAL TIME ดังนั้นผู้รับชมจะรู้สึกเหมือนกับตัวเองได้หลุดเข้าไปอยู่ในภาพยนตร์ด้วยเนื่องจากช่วงเวลาในภาพยนตร์นั้นตรงกับช่วงเวลาจริงที่เรารับชม เป็นการทำให้ผู้รับชมได้ดำเนินเรื่องราวไปพร้อมกับตัวละครซึ่งเมื่อรวมเข้ากับการใส่ฉากการต่อสู้เข้ามาแบบจัดเต็มทุกวินาทีมันจึงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความสนุกสนานตลอดทั้งการรับชม

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีการใช้อุปกรณ์การถ่ายทำที่จัดเต็มและมีความหลากหลายเป็นอย่างมาก หากเข้าไปดูในโรงภาพยนตร์แบบ 4D คงจะสนุกสนานไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อมันเป็นภาพยนตร์บน NETFLIX ที่คนส่วนใหญ่นิยมรับชมผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ แท็บเล็ต หรือหน้าจอขนาดเล็กอย่างโทรศัพท์มันจึงค่อนข้างเวียนหัวเล็กน้อยและไปไม่สุดอย่างที่ควรจะเป็น จังหวะภาพสั่นกล้องหมุนมีค่อนข้างมาก สำหรับใครที่เป็น MOTION FIX เราขอแนะนำว่าให้ข้ามภาพยนตร์เรื่องนี้ไปก่อนน่าจะดีกว่าเพราะอาจจะทำให้คุณรู้สึกเวียนหัวจนอาจจะต้องการอาเจียนได้ 

แต่ในส่วนที่ต้องชื่นชมเลยก็คือฉากการต่อสู้ที่จัดหนักจัดเต็ม สมกับเป็นภาพยนตร์แนวต่อสู้ที่ไม่มีอะไรมาผสมปนเปเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นสำหรับใครที่ชอบรับชมการต่อสู้เราจึงอยากจะแนะนำให้คุณได้ลองรับชมดู เพราะเปิดฉากมาเพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้นก็จัดเต็มการต่อสู้จนเลือดสาดทะลักหน้าจอกันเลยทีเดียว ไม่ปูดราม่ายืดเยื้อวุ่นวาย ไม่ใส่ประเด็นความสัมพันธ์ของตัวละครเข้ามาให้ยุ่งยาก ตัดจบทุกอย่างด้วยการทำให้ตัวละครของเราความจำเสื่อมและให้เรามุ่งประเด็นไปที่การต่อสู้รวมไปถึงการไขปริศนาแบบตรงๆ ไม่อ้อมค้อม

 ถึงอย่างไรก็ตามต้องขอเตือนเอาไว้ก่อนว่าฉากการต่อสู้ภายในภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างโหดแบบเลือดสาด ดังนั้นสำหรับใครที่กลัวเลือดหรือไม่ค่อยถูกกับภาพที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายรุนแรงเท่าไหร่อาจจะต้องผ่านไปก่อนไม่เช่นนั้นคุณอาจจะรู้สึกไม่ดีได้ และด้วยความที่มันขายฉากการต่อสู้ตลอดเวลา มันจะมีบางส่วนที่ทำออกมาเพื่อเพิ่มความสนุกสนานแต่กลับดูไม่สมเหตุสมผลมากจนเกินไป อย่างเช่นการกระโดดลงจากเครื่องบิน การต่อสู้มาอย่างโชกโชนแต่กลับแทบจะไม่มีแผลเลย และที่สำคัญคือมีการจบแบบทิ้งปริศนาเอาไว้ไม่เคลียร์สักเท่าไหร่ซึ่งไม่แน่ใจว่าผู้กำกับต้องการจะต่อภาค 2 หรือไม่ ทำให้ผู้รับชมรู้สึกค้างคา 

ตัวอย่างหนัง CARTER

รีวิวหนัง CARTER บางส่วนจาก trueid

Carter คาร์เตอร์ สู้แหลกกระแทกตับ ภาพยนตร์แอ็กชันเรื่องใหม่พร้อมแล้วที่จะส่งสายลับไร้ความทรงจำอย่าง จูวอน มาออกลีลาฝ่าด่านอันตรายสู่ความท้าทายของภารกิจสุดบ้าระห่ำ นำเสนอด้วยเทคนิกการถ่ายทำแบบลองเทคเพื่อเติมเต็มความมันส์ให้กระแทกถึงตาผู้ชม ก่อนจะไปรีวิวแบบจัดเต็มขอแนะนำว่าก่อนดูโปรดสูดหายใจให้เต็มปอด หนังเรื่องนี้บู๊มันส์ตลอดไม่เว้นวรรคให้พักแม้แต่นาทีเดียว

Carter เปิดฉากขึ้นด้วยการกล่าวถึงภาวะโรคระบาดที่กำลังกลืนกินแผ่นดินเกาหลีทั้งฝั่งเหนือและฝั่งใต้ ผู้ป่วยที่ติดเชื้อลุกขึ้นมาฆ่าคนอย่างเลือดเย็นจนส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ส่งผลต่อ คาร์เตอร์ (รับบทโดย จูวอน) ชายหนุ่มผู้ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำ ซ้ำยังถูกไล่ล่าจากซีไอเอโดยไม่รู้เหตุผล มีเพียงเสียงของหญิงสาวส่งผ่านอุปกรณ์ที่ถูกฝังอยู่ในหูคอยกำกับชี้แนะว่าต้องทำอย่างไรจึงจะมีชีวิตรอด

คาร์เตอร์ได้รับมอบหมายภารกิจระดับชาติให้ตามหาเด็กหญิงที่ถูกลักพาตัวไป เธอกลายเป็นหนทางเดียวในการยุติวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นเนื่องจากเคยติดเชื้อแต่ผ่านการรักษาจนหายขาด เลือดของเธอจึงสามารถนำมาวิจัยเพื่อผลิตยารักษาได้ นอกจากการได้ช่วยโลกแล้ว ปฏิบัติการดังกล่าวยังเป็นกุญแจดอกสำคัญที่จะทำให้คาร์เตอร์ได้สืบหาตัวตนที่แท้จริง เขาจึงจำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเข้าสู่เส้นทางอันเต็มไปด้วยอันตรายรอบด้าน พร้อมเผชิญศัตรูที่ประเดประดังเข้ามาไม่เลือกหน้าชนิดไม่รู้ว่าใครฝักฝ่ายใดกันแน่

Carter ภาพยนตร์ออริจินอลแนวเรียลไทม์แอ็กชันส่งตรงจาก Netflix ผลงานโดย ผู้กำกับจองบยองกิล มือฉมังแห่งหนังบู๊เจ้าของผลงานชื่อดังอย่าง Action Boys (2008) Confession of Murder (2012) และ The Villainess (2017) ซึ่งครั้งนี้รับหน้าที่ทั้งกำกับและเขียนบทร่วมกับ นักเขียนจองบยองชิก ผู้เป็นพี่ชายอีกเช่นเคย จากความเก๋าที่เคยพาผลงานคว้าแพคซังมาแล้วจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าเหตุใด Carter จึงเป็นหนังที่หลายคนปักหมุดรอคอย เมื่อได้ดูแล้วจะมีอะไรน่าสนใจบ้าง ไปหาคำตอบพร้อมกันได้เลย

Carter เป็นภาพยนตร์ที่โฆษณาหนักมากถึง เทคนิกการถ่ายทำแบบลองเทค และ การดำเนินเรื่องแบบเรียลไทม์ เสมือนเรากำลังเล่นเกมผจญภัยไปกับหนึ่งตัวละครที่ต้องเก็บไอเท็มและต่อสู้ไปจนถึงบอสตัวสุดท้าย เช่นเดียวกับเรื่องนี้ที่เล่าผ่านตัวละคร คาร์เตอร์ ตั้งแต่ต้นจนจบเรื่องโดยไม่มีการตัดสลับฉากไปมา ใช้งานคอมพิวเตอร์กราฟิกเป็นตัวช่วยให้แต่ละฉากเชื่อมเข้าด้วยกันเป็นก้อนเดียว ยกให้เป็นความบ้าคลั่งของผู้กำกับที่พูดเลยว่าถ้าใจไม่ถึงคงไม่กล้าทำ สเกลของหนังไม่ใช่ VLOG ทัวร์ชมบ้านภายในสิบนาที หากแต่นี่เป็นการพาเราร่วมภารกิจของคาร์เตอร์ตั้งแต่เกาหลีใต้ไปจนสุดปลายทางที่เกาหลีเหนือ

เมื่อเส้นทางภารกิจของคาร์เตอร์ได้เริ่มขึ้นแล้ว ถึงคราวมหกรรมยำใหญ่ใส่คิวบู๊ได้ออกโรงทำงาน แน่นอนว่าชื่อชั้นของผู้กำกับจองบยองกิลทำให้เราได้เห็นฉากแอ็กชันลองเทคที่โคตรครบเครื่อง ไม่ว่าจะดวลกระสุนระยะไกล ตีรันฟันแทงด้วยของมีคมระยะประชิด สะกิดต่อมระทึกด้วยช็อตต่อสู้ในที่แคบ ออกหมัดสะบัดแข้งตั้งแต่บนหลังมอเตอร์ไซค์ เครื่องบิน โบกี้รถไฟ ลามไปถึงบนเฮลิคอปเตอร์ ไหนจะต้องกระเตงเด็กไปด้วยควงปืนกระหน่ำใส่ศัตรูไปด้วยอีก เชื่อเลยว่าทีมงานทรงงานหนักมากกว่าจะออกมาเป็นซีนแอ็กชันที่มันส์ระเบิดขนาดนี้ แม้บางฉากดูเหมือนนำของที่เคยเห็นจากผลงานเก่ามาขายใหม่ แต่พอเข้าใจได้ว่านี่เป็นความชัดเจนที่จะยึดมั่นในลายเซ็นตัวเองของผู้กำกับจองบยองกิล

แนะนำหนัง รีวิวหนัง รีวิวซีรีส์เกาหลี Netflix ซีรีส์ต่างประเทศ

นักแสดงหนัง CARTER

Joo Won

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

83 - 3 =

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า