รีวิวหนัง Dokumushi ภาพยนตร์สุดสยองขวัญที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนญี่ปุ่น

รีวิวหนัง Dokumushi
รีวิวหนัง Dokumushi

รีวิวหนัง Dokumushi

รีวิวหนัง Dokumushi ย้อนกลับไปในช่วงสิบปีที่แล้วแนวการ์ตูนญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแนวเอาตัวรอดสยองขวัญที่มีพอล็อตเรื่องใกล้เคียงกัน แต่ไม่ว่าจะรับชมกี่ครั้งมันก็สนุกทุกครั้งเพราะผู้แต่งแต่ละคนนั้นสามารถสร้างปมและเรื่องราวของเหตุการณ์ทั้งหมดออกมาได้น่าสนใจและไม่ซ้ำกัน

ความโหดร้ายที่มาจากด้านมืดของมนุษย์และความกดดันที่จะเอาชีวิตรอดออกไปให้ได้ทำให้เรื่องราวของการ์ตูนแนวนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียดและความน่าตื่นเต้น ผู้อ่านจะได้ลุ้นว่าตัวละครที่ตนเองชื่นชอบนั้นจะสามารถเอาชีวิตรอดเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายได้หรือไม่

และด้วยความที่มันไม่ได้มีความ Fantasy อะไรมากมายนัก ทำให้การ์ตูนเหล่านี้ได้รับความนิยมนำเอามาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นเป็นอย่างมาก เพราะการ์ตูนแนวนี้บางเรื่องนั้นเต็มไปด้วยเนื้อหาที่เข้มข้นและปมที่น่านำเอามาหยิบยกเล่าในรูปแบบคนแสดง

ที่สำคัญส่วนใหญ่แล้วการ์ตูนแนวนี้มักจะใช้โลเคชั่นเดียวเท่านั้นทำให้สามารถสร้างภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นได้ในต้นทุนที่ต่ำแต่มีแฟนการ์ตูนเป็นฐานลูกค้ารองรับอยู่แล้ว เราจึงจะได้เห็นการ์ตูนแนวนี้ถูกดัดแปลงออกมาเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นมากมาย

หนึ่งในนั้นคือการ์ตูนเรื่อง Dokumushi ที่ถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ไลฟ์แอ็คชั่นในชื่อเดียวกัน หากใครเคยอ่านการ์ตูนเรื่องนี้มาก่อนน่าจะพอทราบถึงความโหดและความรุนแรงของเนื้อหาเป็นอย่างดี การนำเอามาเล่าในฉบับคนแสดงนั้นจะทำให้เราได้เห็นถึงความรุนแรงพวกนั้นชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

ไม่เพียงเท่านั้นเรายังจะได้เห็นความตึงเครียดและความกดดันรวมถึงด้านมืดในจิตใจของมนุษย์อีกด้วย หากคุณชื่นชอบภาพยนตร์แนวสยองขวัญเอาตัวรอดที่เล่นกับจิตวิทยาของมนุษย์และมีการเผยด้านมืดของมนุษย์ ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของคุณ

ตัวอย่างภาพยนตร์ Dokumushi ดงเดรัจฉาน

เรื่องราวในภาพยนตร์ Dokumushi ดงเดรัจฉาน

  • Dokumushi เล่าถึงเรื่องราวการลักพาตัวคนแปลกหน้าทั้งหมด 7 คนเอามาขังไว้ในสถานที่เดียวกันนั่นก็คือโรงเรียนร้าง พวกเขาต่างไม่เคยรู้จักกันมาก่อนและมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงไม่ว่าจะหน้าที่การงานหรืออายุ มีทั้งนักเลงเลือดร้อน สาวบาร์โฮสสุดเซ็กซี่ นักศึกษา หนุ่มโอตาคุ เด็กผู้หญิง และเด็กสาวที่เรียบร้อย
  • ความแตกต่างของพวกเขานั้นทำให้แต่ละคนมีความได้เปรียบและเสียเปรียบที่แตกต่างกันออกไป หลังจากที่รู้ตัวว่าตนเองถูกลักพาตัวพวกเขาก็ได้สำรวจก่อนจะพบว่าตนเองนั้นอยู่ในตึกของโรงเรียนร้างที่ปิดตายไม่สามารถหาทางออกไปได้
  • ความกลัวเริ่มครอบงำจิตใจของแต่ละคน พวกเขานั้นไม่รู้เลยว่าเหตุใดจึงถูกลักพาตัวมาและไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป คนที่ลักพาตัวพวกเขามานั้นต้องการอะไรกันแน่ สิ่งที่พวกเขามีตอนนี้มีเพียงแค่มีดปังตอ 1 เล่มและหม้อ 1 ใบเท่านั้น พร้อมกับนาฬิกาที่กำลังนับเวลาถอยหลังไปเรื่อยๆ
  • จากนั้นพวกเขาก็ได้รับข้อเสนอที่จะทำให้พวกเขาสามารถเอาชีวิตรอดไปจากสถานที่แห่งนี้ได้โดยคนลักพาตัวกติกา คือพวกเขาจะต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ภายใน 7 วันซึ่งจะมีผู้ชนะเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น อาคารแห่งนี้ไม่มีทั้งน้ำและอาหาร หากต้องการที่จะเอาชีวิตรอดต้องฆ่าคนอื่นและกินพวกเขาเข้าไป
  • แม้ว่ากติกาที่ได้รับจะเต็มไปด้วยความโหดร้ายแต่สุดท้ายแล้วด้านมืดและธาตุแท้ของแต่ละคนนั้นก็ค่อยๆ เผยขึ้นมาตามเวลาที่กดดันจนทำให้เกิดความตึงเครียด พวกเขาเริ่มลงมือที่จะฆ่ากันเองเพื่อเป็นผู้ชนะที่จะได้กลับไปใช้ชีวิตตามปกติอีกครั้ง

ความน่าสนใจใน ภาพยนตร์ Dokumushi

Dokumushi เป็นภาพยนตร์แนวจิตวิทยาที่เล่นกับความรู้สึกและธาตุแท้ของมนุษย์ ในการดำเนินเรื่องราวตลอดทั้งเรื่องนั้นเราจะพบว่าไม่มีศัตรูที่ถาวรหรือมิตรแท้ที่ยั่งยืน แต่ละคนนั้นสามารถที่จะหักหลังกันได้ตลอดเวลาเพื่อเอาชีวิตรอด และมันง่ายมากขึ้นเมื่อพวกเขานั้นเป็นคนแปลกหน้าที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน

ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มไปด้วยภาพความรุนแรงและเลือดซึ่งมีความใกล้เคียงกับฉบับการ์ตูน เรื่องราวนั้นก็เต็มไปด้วยเนื้อหาที่ทำให้ผู้รับชมรู้สึกสลดหดหู่และจิตตก มีฉากความรุนแรงมากมายไม่ว่าจะเป็นการฆ่า ชำแหละมนุษย์ การกินเนื้อมนุษย์ การข่มขืน และอื่นๆ อีกมากมายที่ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ควรได้รับเรทอาร์มากกว่าเรท 15 +

มันจึงไม่ใช่ภาพยนตร์ที่เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กและคนที่จิตอ่อน ไม่เพียงเท่านั้นสำหรับคนที่เคยอ่านการ์ตูนมาก่อนอาจผิดหวังได้เนื่องจากในภาพยนตร์ยังไม่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกมาได้เข้มข้นเทียบเท่ากับในฉบับการ์ตูน

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้เป็นการนำเอาคนมาขังแล้วค่าไว้เปล่าๆ โดยไม่มีที่มา เพราะภาพยนตร์นั้นได้หยิบยกเอาพิธีกรรมโบราณจากประเทศจีนมาใช้เป็นแกนหลักในการเล่าเรื่อง ซึ่งพิธีกรรมดังกล่าวนี้เป็นการสาปแช่งและล้างแค้นศัตรู 

วิธีการคือการนำเอาสัตว์มีพิษร้าย 7 ชนิดมารวมกันและให้พวกมันต่อสู้และเห็นค่ากันจนกว่าจะเหลือสัตว์มีพิษที่รอดชีวิตเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น ซึ่งในละครของประเทศไทยก็เคยมีการนำเอาพิธีกรรมดังกล่าวนี้มาบอกเล่าด้วยเช่นเดียวกัน

รีวิวหนัง Dokumushi

ภาพยนตร์มังงะไลฟ์แอ็กชันได้รับความนิยมมากขึ้นกว่าเดิมมังงะการ์ตูนยอดนิยมในโลกตะวันตกเป็นอย่างไรในญี่ปุ่น ในการทำเช่นนั้นคุณจะต้องผ่านทุกประเภทและยังมีอยู่ใน V-Cinema ที่ยังมีอยู่ เวลาส่วนใหญ่ที่คุณถ่ายเรื่องสยองขวัญเพราะถ่ายได้เร็วและถูก บางคนก็ทำอะไรบางอย่างในโรงภาพยนตร์ แต่รูปลักษณ์ยังคงให้มันไป ผู้กำกับ Kayoko Asakura รับบทมังงะเรื่อง Dokumushi โดย Keito Aida และ Michio Yazu ในปี 2016 ผู้สร้างภาพยนตร์เคยถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง Beautiful Fucking Day มาก่อน ดังนั้นเธอจึงรู้แนวทางของเธอในแนวเพลงนี้ เป็นประเภทย่อยที่เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าในมังงะไม่ว่าจะเป็นที่ Gantz, Corpse Party หรือสิ่งที่คล้ายกับผู้พิพากษา คนกลุ่มหนึ่งตื่นขึ้นมาในห้องโดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นกับแมลงพิษ

การกระทำเริ่มขึ้นในห้องหนึ่งชายหนุ่มคนหนึ่งตื่นขึ้นมาและอีกหกคนก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเข้าไปในอาคารได้อย่างไร คุณไปทัวร์แห่งการค้นพบ ทุกอย่างล็อคมี แต่น้ำในห้องน้ำผู้หญิง คุณจะพบกับห้องเรียนทุกอย่างถูกห่อด้วยพลาสติกมีหม้อและมีดเขียงอยู่บนโต๊ะในห้อง ไม่มีข้อมูลว่ากลุ่มควรทำอย่างไร มีตัวจับเวลาบนผนังที่นับถอยหลังชั่วโมงเป็นเวลาเจ็ดวัน ชายคนหนึ่งอธิบายว่ามันคือโคโดกุและสุดท้ายควรจะเหลือเพียงคนเดียว

มันเป็นเกมที่แย่ที่คุณเล่นกับตัวละครใน Toxic Inscets และเราในฐานะผู้ชมดูมัน คุณสามารถจินตนาการได้อย่างนั้น แต่คุณบอกทุกอย่างช้าๆและนี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้ ไม่ค่อยเกิดขึ้นในช่วงแรกบางสิ่งดูเหมือนยืดออกมากแม้ว่ามันควรจะเพิ่มความตึงเครียดก็ตาม เราจะหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวละครบางตัวและภูมิหลังของพวกเขาในภายหลัง

https://www.videothekenkind.de/2019/09/05/toxic-insects-dokumushi/

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *