‘The Umbrella Academy’ ครอบครัวฮีโร่สุดเพี้ยน กับภารกิจยับยั้งโลกแตก

The Umbrella Academy

สะนั่นวงการฮีโร่ทุกสาย Netflix ปล่อยซีรีส์สุดแหวกแนวออกมาสร้างสีสันกับเรื่อง The Umbrella Academy ที่ตอนนี้เดินทางมาถึง ซีซั่นที่ 2 กันแล้ว หลังจากปล่อยซีซั่นแรกออกมาเมื่อปี 2019 ได้รับความฮือฮากันในโซเชียลมีเดียไปไม่น้อย ด้วยเอกลักษณ์ของซีรีส์ที่มีต้นฉบับจากคอมิกเรื่อง Dark Horse Comic ที่เขียนบทโดย เจอร์ราด เวย์ โดยเรื่องราวเกี่ยวกับ มนุษย์ 7 คน ที่กลายเป็นฮีโร่สุดเพี้ยน มีพลังวิเศษแต่กลับมีแต่ปัญหารุมล้อม ครอบครัวแตกหัก จนเกิดเป็นเรื่องป่วน ๆ ตามมา พร้อมกับสอดแทรกเนื้อหาปัญหาการเมือง ปัญหาสังคมลงไปเพื่อสะท้อนสังคม

The Umbrella Academy

โดยเนื้อเรื่องในซีซั่นแรกนั่นเริ่มด้วยการเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการก่อกำเนิดฮีโร่ ผู้มีพลังวิเศษทั้ง 7 คน นั่นคือ ทารกที่เกิดในวันและเวลาเดียวกัน ถูกจับมาฝึกฝนพลัง ณ สถาบันที่มีชื่อว่า The Umbrella Academy โดยมีพี่เลี้ยงเป็นลิงชิมแพนซีอัจฉริยะ และหุ่นยนต์ที่พวกเขาต่างเรียกว่าแม่

โดยพวกเขาแต่ละคนนั้น จะถูกเรียกด้วยนัมเบอร์แทนชื่อ แต่เมื่อโตขึ้น ด้วยปัญหาที่มี พวกเขากลายเป็นหนุ่มสาวบ้านแตก พากันแยกย้ายออกไปใช้ชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าวันหนึ่งพวกเขาต้องกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เพื่อทำภารกิจกอบกู้วันโลกแตก ซึ่งต้องเดินทางข้ามเส้นเวลาเพื่อยับยั้งมัน

The Umbrella Academy

ในซีซั่นแรกนี้ ฮีโร่นัมเบอร์ไฟว์ จะเป็นผู้ที่มีบทบาทมากที่สุด เนื่องจาก พลังในการวาร์ป และเคลื่อนย้ายพลังงานไปไหนก็ได้ของเขา ทำให้สามารถเดินทางข้ามเวลาไปอดีตหรืออนาคตก็ได้เช่นกัน จนได้พบกับเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้เขาต้องรีบรวมตัวกับเหล่าฮีโร่ ฟังเหมือนจะผ่านไปได้ด้วยดี แต่ขอบอกไว้เลยว่าในภาคแรกนั้น พวกเขาก็ได้สร้างความวุ่นวายให้เส้นเวลาไว้จนก่อกำเนิดเป็นภารกิจในซีซั่นที่ 2 นั่นเอง ด้วยเนื้อเรื่องคล้ายเดิม แต่ความวุ่นวายเริ่มจาก จุดจบในซีซั่นที่แล้ว

The Umbrella Academy

ในเมื่อพวกเขาแต่ละคนต่างพลัดหลงกันไปอยู่ในแต่ละห้วงเวลาในอดีต และต้องหาทางกลับมายังปัจจุบัน ขณะเดียวกัน ภารกิจที่ตามติดมาด้วยนั่นก็คือ การยับยั้งวันโลกแตก แต่ความพิเศษอยู่ที่ตัวละครในภาคนี้กลับมีมิติมากยิ่งขึ้น มากกว่านั้น เนื้อเรื่องในซีซั่นนี้กลับแฝงไปด้วยประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการเมืองในยุคนั้น ๆ มาด้วย รวมไปถึงประเด็นความหลากหลายทางเพศ LGBTQ ทั้งหลาย หรือแม้แต่ลัทธิความเชื่อ ความรักและมิตรภาพในครอบครัว

อาจดูเป็นเหมือนซีรีส์แฟนตาซีทั่วไปที่เล่นกับไทม์ไลน์ อดีต ปัจจุบัน อนาคต แต่รับรองว่าความสนุกนั้นไม่จำเจ มีความผสมความเป็นคอมเมดี้ลงไป ดูเพลินขณะทานข้าว พักผ่อนวันหยุดก็เข้ากันสุด ๆ ส่วนจะมีซีซั่นต่อไปมาให้คุณรับชมกันอีกไหมนั้น ขอให้คุณติดตามดูจนจบ!

ขอขอบคุณภาพประกอบบทความ Collider

Yangdu-Duyang.com จะพาทุกท่านไปพบกับ การรีวิว แนะนำหนัง ภาพยนต์  ซีรีส์ ทั้งไทยและต่างประเทศ เกาหลี Netflix ที่น่าดู น่าติดตาม บอกได้เลยว่าทุกท่านต้องห้ามพลาด

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *